หากความต้องการพักผ่อนวันหยุด ฤดูหนาวนี้ อยู่ที่ความสงบ ในชุมชนที่แวดล้อมธรรมชาติ และวิถีชาวเหนือที่ปรุงแต่งน้อยที่สุด แนะบ้านหาดผาขน ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ครับ
ข้อมูลเป็นทางการวัดระยะห่างทางถนนระหว่างเมืองน่านกับกรุงเทพฯ ประมาณ 668 กม. ส่วนบ้านหาดผาขนจุดหมายของเรา ก็นั่งรถไปอีก 15 กม.
เว็บไซต์น่าน2เดย์ดอตคอม (www.nan2day.com) บรรยายสภาพของบ้านหาดผาขน ว่าเป็นชุมชนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมขนาดเล็ก ที่อยู่มานานกว่า 100 ปี ทอดตัวยาวขนานกับริมลำน้ำน่าน ผู้คนมีความผูก พัน พึ่งพิงสาย น้ำธรรมชาติอย่างใกล้ชิด การอนุรักษ์ปลาใน ลำน้ำ การดูแลป่าชุมชน กับคนที่นี่ เป็นของคู่กัน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และจัดพื้นที่ ต้อนรับผู้มาเยือนเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีกฎระเบียบของหมู่บ้านรวมถึงการเข้าพักโฮม สเตย์และการเที่ยวชมธรรมชาติ ที่เน้นการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน....
อากาศแจ่มใส สบายทั้งปี หน้าหนาวก็ติดอันดับอุณหภูมิต่ำสุดของเมืองไทย
คนที่นี่ยิ้มแย้มแจ่มใส เจอใครก็ทักทาย ถามทุกข์สุขกันได้ ไม่ถือว่าอีกฝ่ายเป็นอื่น
จุดเด่นของชุมชนนอกจากวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อยู่กับธรรมชาติที่ยั่งยืนเป็นร้อยปี ยังมีของแปลกที่คนเมืองใหญ่อาจไม่คุ้น คือสะพานแขวนข้ามแม่น้ำ ทำด้วยไม้ สูงจากผิวน้ำราว 40 เมตร แม้ชิ้นงาน การออกแบบ จะไม่วิลิศเลิศเลอ แต่ก็น่าประทับใจที่ได้เห็นระบบการคมนาคมของชาวบ้าน ก่อนที่สะพานคอนกรีตราคาร้อยล้านจะทอดเข้ามา
สิ่งที่เราสนใจไปเยี่ยมชุมชนนี้ อยู่ที่ความกระตือรือร้นเรียนรู้ และการพัฒนาตนเองที่ไม่หยุดนิ่ง
ชุมชนหาดผาขน มี นักท่องเที่ยวต่างประเทศ ไปเยือนทุกปี อย่างน้อยก็เดือนละกลุ่มสองกลุ่ม ส่วนใหญ่พอใจที่ได้อยู่กับชาวบ้าน นอนบนฟูกแบบเดียวกัน อาหารการกิน ก็จากครัวและฝีมือแม่บ้านที่ทำเลี้ยงสมาชิกในเรือน ตกค่ำมีกิจกรรม ฟังดนตรีพื้นเมือง สนุกสนานร่วมกัน
แต่ชาวบ้านยอมรับว่ามีพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดีพอจะสื่อสาร บริการแขกต่างถิ่น ลิ้นต่างสำเนียง แม้จะพยายามพึ่งดิกชันนารี หรือตำราเรียน ผลก็ยังไม่น่าพอใจ ด้วยความมุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง จึงร้องขอต่อทางอำเภอให้จัดครูมาถ่ายทอดความรู้
จีรวุฒิ คฤหานนท์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อ.ภูเพียง ผู้รับสนองความต้องการ ของชาวบ้านเล่าให้เราฟังว่า ได้จัดหาครูที่จบปริญญาโท วิชาเอกภาษาอังกฤษ ไปสอนให้ถึงบ้านมาแล้ว 1 รุ่น ก่อนถึงฤดูการท่องเที่ยว และให้ลองสื่อสารกับแขกต่างชาติที่มาพักในช่วงหนาวนี้ ได้ผลอย่างไร ก็จะปรับแก้ไขกัน
ทองเพียร ปะนะ ประธานกลุ่มโฮมสเตย์ บ้านหาดผาขน ซึ่งเป็นคนหนึ่งที่เข้าคอร์สภาษาอังกฤษเล่าให้เราฟัง ในห้องกว้างชั้นล่างพื้นคอน กรีตปูเสื่อน้ำมัน บ้านพักของเธอว่า แขกต่างชาติที่มาจะค้าง 2 คืน บนห้องพักชั้นสอง กลางวัน เธอจะพาไปทำนาในหน้าฝน มาหน้าหนาว ก็สอนเกี่ยวข้าว หักข้าวโพด พาเข้าครัว ทำอาหาร สอนทำบายศรี ลงเล่นน้ำ ตกค่ำก็เล่นดนตรีให้ฟัง
เรามองเห็นมุมหนึ่งของบ้านแขวนซอ เครื่องดนตรีพื้นบ้าน กลอง ระนาด เป็นเครื่องประดับ ทองเพียรบอกว่า มันจะทำหน้าที่ส่งเสียงบรรเลง เมื่อมีแขกมาเยือน
“กิจกรรมเหล่านี้ ส่วนใหญ่เราใช้ภาษามือ ภาษากาย บางทีก็ทับศัพท์เป็นคำ ๆ บางอย่างต้องจูงมือไปดูของจริง เช่นวันหนึ่ง ฝรั่งชี้มือถามว่าเนื้อในจานลาบคืออะไร ก็ต้องเอานิ้วมือประกบที่ขมับสองข้าง ส่งเสียงร้องมอ ๆ ให้ รู้ว่าเป็นวัว ฝรั่งก็พอเข้าใจ แต่เราก็อยากสื่อสารให้ดีขึ้น ตอนนี้ก็กำลังฝึกและกะว่ามีแขกมาจะได้ลองกัน”
ทองเพียรบอกว่า แม้จะเป็นอุปสรรค แต่ก็ทำให้ทั้งสองฝ่าย คือ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน
ก่อนอำลา ทองเพียร เปรยว่า 3-4 ปีมานี้ นักท่องเที่ยวลดลง คงมาจากปัญหาทางการเมือง แต่ก็ไม่ทำให้ชาวบ้านท้อใจ ถึงรายได้ด้านนี้จะหดหาย แต่ก็ยังมีผลผลิตทางการเกษตรพอเลี้ยงตัวเอง และฝากบอกว่า ถ้าหน้านี้ สนใจจะใช้ชีวิตในโฮมสเตย์บ้านหาดผาขน ติดต่อได้ที่ 08-6921-7795
นักท่องเที่ยวชาวไทยก็เป็นอีกกลุ่มที่ช่วยสร้างรายได้จุนเจือชาวบ้าน
เธอย้ำ ไม่ว่าจะมีปัญหาและอุปสรรค ใด คนในชุมชนก็จะไม่หยุดการเดินหน้าพัฒนา ตนเอง
ภายใต้หลักเกณฑ์การอนุรักษ์ชุมชนให้คงความสงบและสภาพธรรมชาติให้ยั่งยืนตลอดไป.
วีระพันธ์ โตมีบุญ
VeeraphanT@Cmail.com
หาดผาขน ตำบลเมืองจัง อ.ภูเพียง จ.น่าน
Source : http://www.dailynews.co.th
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น